“เครื่องวัดความดันอัจฉริยะ” เก็บข้อมูลผ่านระบบคลาวด์ หวังเป็น Big Data สุขภาพไทย

3 องค์กร เปิดตัว “เครื่องวัดความดันอัจฉริยะ” ชวน ปชช.ร่วมทดลองใช้บริการ บันทึกข้อมูลสุขภาพผ่านระบบคลาวด์ ใช้ดูข้อมูลสุขภาพย้อนหลัง เป็นประโยชน์ในการรักษา ชี้เป็นบิ๊กดาตาด้านสุขภาพประชากรไทย

วันนี้ (26 ก.ค.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมเปิดตัว “เครื่องวัดความดันอัจฉริยะ” ตามโครงการเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10 “รู้เท่าทันเท่ากับการป้องกันโรคไม่ติดต่อ” ในงาน “ใต้ร่มพระบารมี น้อมนำสุขภาพวิถีชุมชน”เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก

นพ.ประจักษวิช เล็บนาค รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า การวัดความดันโลหิตเป็นการตรวจร่างกายที่ให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์เกี่ยวกับสุขภาพเบื้องต้น เพื่อนำไปสู่การป้องกันและรักษาโรคเบื้องต้น ซึ่งบริการวัดความดันนั้น ปกติจะมีเฉพาะในสถานพยาบาล ดังนั้นเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการตรวจสุขภาพเบื้องต้นนี้ ทั้ง สปสช.และ ธ.ก.ส.จึงได้ร่วมกับ สวทช. ในการพัฒนาเครื่องตรวจวัดความดันอัจฉริยะ ที่ไม่เพียงแต่บอกค่าความดัน แต่ยังมีการเก็บข้อมูลผ่านระบบคลาวด์ในการดูข้อมูลสุขภาพย้อนหลัง ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยและแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษา ขณะเดียวกันยังเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนหันมาสนใจดูแลสุขภาพตนเองเมื่อพบว่ามีความเสี่ยง โดยปรับพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสุขภาพ อาทิ ลดอาหารหวาน มัน เค็ม และออกกำลังกายเพิ่มขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นประโยชน์ต่อระบบสุขภาพของประเทศในการจัดทำนโยบายและวางแผนส่งเสริมสุขภาพเพื่อดูแลประชาชน

“วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มีการนำเครื่องวัดความดันอัจฉริยะที่เป็นต้นแบบออกมาให้บริการประชาชน เพื่อทดสอบประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยประชาชนที่มาร่วมงานสามารถเข้ารับบริการตรวจความดันด้วยเครื่องวัดความดันอัจฉริยะได้ ซึ่งระบบจะเริ่มต้นเก็บข้อมูลสุขภาพในระบบคลาวด์ทันที ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพตนเองและระบบสุขภาพประเทศในอนาคต” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว

นายอรรณพ ศึกษาการ รองผู้อำนวยการฝ่ายเงินฝาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ลูกค้า ธ.ก.ส.ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยโครงการนี้นับเป็นส่วนของของ ธ.ก.ส.ในการดูแลลูกค้าด้านสุขภาพนอกจากบริการทางการเงิน ซึ่งเมื่อลูกค้ามาติดต่อที่ธนาคาร ในระหว่างรอทำธุรกรรมสามารถรับบริการตรวจสุขภาพด้วยเครื่องวัดความดันอัจฉริยะได้ ทำให้รู้ถึงสุขภาพตนเอง หากพบว่ามีความเสี่ยงเข้าจะได้เข้ารับบริการยังสถานพยาบาลเพื่อรับการรักษาได้ทันท่วงที นับเป็นอีกโครงการดีๆ ที่ ธ.ก.ส.มีให้กับประชาชน

ดร.เดโช สุรางค์ศรีรัฐ นักวิจัยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า โครงการความร่วมมือนี้นับเป็นนวัตกรรมอีกก้าวหนึ่งเพื่อดูแลสุขภาพคนไทย ซึ่งเครื่องวัดความดันนี้นอกจากทำให้ประชาชนตระหนักรู้สุขภาพตนเองที่เป็นวัตถุประสงค์หลักแล้ว ยังเป็นข้อมูล Big Data ด้านสุขภาพของประชากรไทย เพื่อใช้ในเชิงนโยบายสาธารณสุขต่อไป ซึ่งประชาชนสามารถใช้งานได้ง่ายโดยใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียว หรือกรอกข้อมูลเลข 13 หลัก เพื่อจัดเก็บค่าการตรวจวัดสุขภาพเป็นข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อติดตามต่อไป ข้อมูลนี้จะถูกเก็บรักษาความปลอดภัยอย่างดี โดยในช่วงเริ่มต้นจะติดตั้งเครื่องวัดความดันอัจฉริยะที่ ธ.ก.ส.ใน 10 สาขาก่อน ซึ่งหากได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจจะมีการขยายการติดตั้งให้ครอบคลุม เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บริการเครื่องตรวจวัดความดันอัจฉริยะได้อย่างทั่วถึง