“แก่งกระจาน-เมืองบาดาล” วิกฤตหนักในรอบ 10 ปี!!

“แก่งกระจาน-เมืองบาดาล” บทเรียนเก่าไม่ช่วย วิกฤตหนักในรอบ 10 ปี!!

ระดับน้ำสูงทะลุ 97% ของเขื่อนแก่งกระจาน! วิกฤติหนักในรอบ 10 ปี “ฝนตกไม่หยุด-น้ำไหลลงเขื่อนไม่เลิก” ชาวเพชรบุรีเฝ้าระวัง หวั่นกลายเป็นเมืองบาดาล ล่าสุด หน่วยงานป้องกันน้ำทะลัก ถอดบทเรียนน้ำท่วม 2 ปีที่ผ่านมา “ย้ายเครื่องสูบน้ำ-เครื่องผลักดันน้ำ” ไปยังจุดเสี่ยง ขณะที่คนในพื้นที่ยืนยัน ปีนี้น้ำทะลักสูงสุดจนน่าห่วง!

3 ปีซ้อน ถอดบทเรียนน้ำท่วม จ.เพชรบุรี

“สถานการณ์น้ำในเขื่อนแก่งกระจานเข้าขั้นวิกฤต!! เตือนประชาชนขนของขึ้นที่สูง ล่าสุดคาดการณ์วันที่ 6 ปริมาณน้ำจะท่วมสูงล้นตลิ่งท่วมเมืองเพชรบุรี!” ข้อความเตือนภัยเฝ้าระวังวิกฤตน้ำล้นเขื่อนมากสุดในรอบหลายปี ถูกส่งต่อพูดถึงอย่างหนักในสังคมออนไลน์ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่วิตกหนัก ลุ้น กลายเป็นเมืองบาดาล!

ข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่า ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลทำให้มีฝนตกเพิ่มขึ้นบริเวณชายขอบในภาคตะวันตกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากเป็นแนวปะทะของฝน

โดยจะตกมากในภาคตะวันตกและมีน้ำไหลเข้าสู่ 4 เขื่อนมากขึ้น นั่นคือ เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี เขื่อนแก่งกระจาน และเขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

ขณะที่ ‘เครือข่ายศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเฉพาะกิจ ราชสีห์’ ได้ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ทั้งยังมีคาดการณ์สถานการณ์ในพื้นที่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยการอ้างอิงข้อมูลจาก กรมชลประทาน ไว้ว่า น้ำจะเริ่มล้นออกจากทางน้ำล้น (Spillway) เขื่อนแก่งกระจานในวันที่ 5 ส.ค. 61 ในเวลา 22.00 น.

ซึ่งการไหลของน้ำที่ล้นออกมานั้นจะไม่ทำให้เขื่อนเสียหายแม้แต่น้อย รวมถึงปริมาณที่ไหลผ่านสปิลเวย์ไม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแต่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น คล้ายการเอียงขันน้ำแต่น้อย เพื่อเทน้ำออกจากขัน ดังนั้น ต้องใช้เวลาช่วงหนึ่งกว่าน้ำจะไหลผ่านสปิลเวย์เต็มที่

สำหรับน้ำที่ล้นสปิลเวย์เขื่อนแก่งกระจาน ต้องใช้เวลาราวๆ 24 ช.ม. จึงจะถึงเขื่อนเพชรบุรี จากนั้นเขื่อนเพชรบุรีจะทำหน้าที่ในการหน่วงน้ำส่วนนี้ได้ในระยะเวลาหนึ่ง ขณะที่น้ำที่เกินจากเขื่อนเพชรบุรีต้องใช้เวลากว่า 12 ชม. กว่าจะถึง อ.เมือง จ.เพชรบุรี

เท่ากับว่าประชาชนในพื้นที่ยังพอมีเวลาสำหรับการเตรียมความพร้อม อีกทั้งหน่วยงานยังเตรียมแผนการในการรับมือสถาณ์การณ์ที่เกิดขึ้นได้ซึ่งทางชลประทานเองได้มีการเตรียมการป้องกันน้ำท่วม อ.เมือง จ.เพชรบุรี โดยถอดบทเรียนจากปีที่ผ่านมา อย่างในปี 2559-2560 ไว้ด้วยเช่นกัน

อย่างแรก ก่อนเข้าฤดูฝนทำการเสริมคันกั้นน้ำแม่น้ำเพชรบุรี ตรวจความแข็งแรง รวมถึงช่วงเวลาก่อนเกิดฝนตกหนัก ได้ย้ายเครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำไปยังจุดเสี่ยง โดยเฉพาะจุดที่เคยเกิดน้ำท่วม

ส่วนต่อมาได้ทำการพร่องน้ำ โดยการเร่งระบายน้ำแม่น้ำเพชรบุรี โดยเครื่องผลักดันน้ำและเครื่องสูบน้ำ จากทุกหน่วยงาน อีกทั้งยังตรวจการขึ้นลงน้ำทะเล ประกอบการวางแผนการเร่งระบายน้ำ พร้อมติดตามสถานการณ์ 24 ชม.

อย่างไรก็ตาม แม้ที่ผ่านมาพื้นที่ จ.เพชรบุรี จะเกิดน้ำท่วมอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งประชาชนและหน่วยงานได้รับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ ทว่า ครั้งนี้ถือเป็นภัยวิกฤตที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนแก่งกระจานสูงขึ้นเกือบชนเพดานครบ 100% ซึ่งตอกย้ำข้อสงสัยของใครหลายคนทีเดียวว่า

“หรือวิกฤตน้ำท่วมในครั้งนี้ จะทำให้ จ.เพชรบุรี กลายเป็นเมืองบาดาลขึ้นมาเสียแล้วจริงๆ”

คนในพื้นที่ เปิดใจ “น้ำล้นเขื่อนมากสุด ในรอบ 10 ปี”

“ถามว่าร้ายแรงกว่าปีที่ผ่านมาหรือไม่ ก็ต้องตอบว่าน่าเป็นห่วง เพราะโดยปกติเขื่อนแก่งกระจานเก็บน้ำได้อยู่ที่ราวๆ 80% ซึ่งปริมาณน้ำในตอนนี้ทะลุเกิน 80% ไปแล้ว แถมยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ใกล้ล้นสปิลเวย์ครบ 100% แล้วด้วย”

เสียงจากคนในพื้นที่แก่งกระจาน ‘ศักดิ์ชัย สิทธิพูลทอง’ บอกเล่าผ่านปลายสาย หลังทีมข่าว ผู้จัดการ Live ตั้งคำถามถึงสถานการณ์ในพื้นที่ล่าสุด ซึ่งในฐานะผู้ที่อยู่ในพื้นที่และติดตามความเคลื่อนไหว กรณีน้ำล้นเขื่อนแก่งกระจานอย่างใกล้ชิด ได้อธิบายเพิ่มเติมว่าครั้งนี้ถือเป็นสถาณการณ์ที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากน้ำในแก่งกระจานเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว

“ตอนนี้น้ำที่มา คือ มาจากเทือกเขาตะนาวศรี ประเทศเมียนมาร์ ยิ่งถ้าองค์ประกอบเรื่องน้ำทะเลหนุนเกิดขึ้นด้วยก็ค่อนข้างน่าเป็นห่วง แต่ตอนนี้อ่างเก็บน้ำห้วยผากกับแม่ประจันต์ ยังพอรับน้ำได้อยู่ สามารถผันน้ำไปที่ทั้ง 2 อ่างนี้ได้

แต่ทุกครั้งที่น้ำท่วมจะเกิดจากอ่างเก็บน้ำที่อยู่ตอนล่างของแก่งกระจาน คือ อ่างเก็บน้ำห้วยผากกับแม่ประจันต์ ซึ่งตอนนี้น้ำที่จะไหลมาจากแก่งกระจาน ค่อนข้างมหาศาล ขณะนี้หลายส่วนกำลังหาแผนรองรับกันอยู่

จากที่คนในพื้นที่ไปดู ยอมรับเลยว่าปริมาณน้ำครั้งนี้สูงมากในรอบ 10 ปี ล่าสุดขึ้นมาถึงสันเขื่อน ซึ่งน้ำที่แก่งกระจานสามารถเก็บน้ำอยู่ที่ประมาณ 80% ขณะที่ล่าสุดเกิน 80% ไปแล้ว แต่ได้พยายามผันน้ำออกทางด้านข้างออกมาก่อน ซึ่งตอนนี้คลองทุกคลอง 4-5 สายในพื้นที่แห่งนี้เป็นที่รับน้ำหมดเลย ประมาณเส้นละ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที”


อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวในพื้นที่คนเดิมยังบอกอีกว่าปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า ถือเป็นสาเหตุที่ส่งผลกระทบที่ทำให้ประสิทธิภาพในการช่วยรองรับน้ำที่ไหลบ่าได้ลดลง บวกกับปริมาณน้ำฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องจึงทำให้ปีนี้ถือเป็นปีที่ปริมาณน้ำมากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา

“เรื่องการตัดไม้ทำลายป่ามีมาตั้งนานแล้ว มันเป็นผลกระทบมานาน เนื่องจากว่าเทือกเขาตะนาวศรีในสมัยก่อน เวลาที่น้ำมา เทือกเขาแห่งนี้จะอุ้มน้ำไว้ แต่เวลานี้มันอุ้มน้ำไม่ได้เพราะฝนมันตกอยู่บนบริเวณเขา จะเห็นว่าบนเขามีอ่างที่สามารถเก็บน้ำได้ระยะทางหลายกิโลฯ เลย แต่พอน้ำมันล้นอ่างข้างบนภูขา น้ำก็ไหลตามร่องเขาลงมาสู่แก่งกระจาน

ผมว่าไม่น่าอันตรายเท่าไหร่ เพราะเขาบริหารจัดการน้ำดีอยู่ ณ เวลานี้ ถ้าคนในพื้นที่จริงๆ แล้วจะไม่ค่อยตื่นตูมเท่าไหร่ แต่รัศมีที่ประสบภัยแน่ๆ คือบริเวณริมตลิ่ง ซึ่งถือว่าต้องเจอเป็นด่านแรก มันเป็นเรื่องสุดวิสัย

ฉะนั้น ถามว่าที่นี่จะกลายเป็นเมืองบาดาลไหม ยังไม่สามารถตอบได้ แต่หลายหน่วยงานกำลังผันน้ำให้มากที่สุด ซึ่งการดำเนินการคงไม่ใช่การปล่อยน้ำออกทันที เหมือนการเทน้ำลงโอ่ง แต่เป็นการค่อยๆ ผันน้ำทีละระดับมากกว่า แต่ถ้าปริมาณน้ำมันเยอะ แถมฝนยังตกลงมาอีก คงต้องระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งการปล่อยน้ำจากแก่งกระจานสู่เพชรบุรีใช้เวลาประมาณ 1 วันเต็มๆ ถึงจะมาถึงตัวเมือง ดังนั้น คนที่พื้นที่จะมีเวลาเก็บกวาดพื้นที่ ส่วนประชาชนที่ตื่นกลัวจะเป็นประชาชนที่อยู่ในโซนที่เคยเกิดน้ำท่วมมาก่อน ซึ่งผมคิดว่าก็น่าหวั่นอยู่ เพราะปีนี้เป็นปีที่น้ำเยอะที่สุด อย่างทุกปีที่เดือดร้อน คือ น้ำฝนที่ตกลงมาที่เขื่อนห้วยผาก

โดยเป็นเขื่อนที่กั้นระหว่าง อ.ท่ายางกับ อ.แก่งกระจาน ถือเป็นตัวรองรับที่เก็บน้ำได้เยอะมาก ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาเป็นการเดือดร้อนระยะสั้น แต่ปีนี้ ไม่ได้เกิดจากเขื่อนห้วยผาก แต่เป็นน้ำฝนและน้ำป่าที่มาจากเทือกเขาตะนาวศรี ประเทศเมียนมาร์ จึงค่อนข้างวิกฤต แต่ผมเชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดี”

ข่าวโดย ทีมข่าวผู้จัดการ Live
ภาพ FB: ราชสีห์ จิตอาสา